สายด่วน : 037-307567 [ แผนที่ ]

จิกสวน

จิกสวน ชื่อสามัญ Powderpuff tree[4], Bottle brush oak[3]

จิกสวน ชื่อวิทยาศาสตร์ Barringtonia racemosa (L.) Spreng.[1] จัดอยู่ในวงศ์จิก (LECYTHIDACEAE หรือ BARRINGTONIACEAE)[1]

สมุนไพรจิกสวน มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า จิกบ้าน (กรุงเทพฯ), ปูตะ (มลายู-นราธิวาส) เป็นต้น[1],[9]

ลักษณะของจิกสวน

ต้นจิกสวน หรือ ต้นจิกบ้าน มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยและเพื่อนบ้านใกล้เคียงตั้งแต่ประเทศอินเดียไปจนถึงเกาะชวาของอินโดนีเซีย และมีเขตการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ทางตอนใต้ของแอฟริกาถึงเคนยา อินเดีย ศรีลังกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย ไปจนถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยจัดเป็นไม้พุ่มหรือยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง แตกกิ่งก้านสาขามากมายรอบ ๆ ต้น มีความสูงได้ประมาณ 2-20 เมตร เปลือกลำต้นมีลักษณะขรุขระเป็นสีน้ำตาลปนเทา ส่วนเปลือกชั้นในเป็นสีน้ำตาลเรื่อถึงสีชมพู มีเส้นใยเหนียว (เปลือกมีสาร Tannin อยู่ 18%[9]) ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการตอนกิ่ง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน ระบายน้ำได้ดี มีแสงแดดรำไรถึงแสงแดดจัด และชอบน้ำมาก มักพบขึ้นได้ตามขอบป่าพรุ หรือในที่ลุ่ม ที่ชื้นแฉะ หรือบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง เช่น ตามริมฝั่งแม่น้ำ คูคลอง ตามร่องส่วน เป็นต้น

 

ใบจิกสวน ออกใบดก ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับเรียงเวียนรอบกิ่ง เป็นกระจุกหนาแน่นที่ปลายกิ่ง ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลับ รูปไข่กลีบแกมรูปขอบขนาน หรือรูปหอก ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบสอบแคบ ส่วนขอบใบหยักตื้นมนและละเอียด หรือเป็นจักเล็กน้อยคล้ายกับฟันเลื่อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 4-14 เซนติเมตรและยาวประมาณ 14-36 เซนติเมตร แผ่นใบสีเขียว หลังใบและท้องใบเรียบ เนื้อใบบางคล้ายกระดาษ ไม่นุ่ม มีก้านใบสั้นและเป็นครีบเล็กน้อย ก้านใบอวบสั้น ยาวประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร[1],[2],[8],[9]

ดอกจิกสวน ออกดอกเป็นช่อห้อยลง โดยจะออกที่ปลายยอด ช่อดอกมีความยาวประมาณ 20-70 เซนติเมตร ก้านช่อดอกเป็นสีชมพูและเขียว ลักษณะของช่อดอกคล้ายกับแปรงล้างขวด ส่วนก้านดอกยาวประมาณ 3-16 เซนติเมตร ดอกย่อยเป็นสีชมพู ในดอกตูม ดอกมีกลีบดอก 4 กลีบ ปลายกลีบมนและโค้ง กลีบเป็นสีชมพูมีขนาดกว้างประมาณ 0.5-1.5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 1.5-2.5 เซนติเมตร ดอกมีใบประดับเป็นรูปสามเหลี่ยม ส่วนกลีบเลี้ยงดอกมีประมาณ 2-4 กลีบ ติดกันเป็นเนื้อเดียว มีขนาดเท่ากันหรือไม่เท่ากัน ดอกมีเกสรเพศผู้เป็นเส้นเล็กสีชมพูเข้มและมีจำนวนมาก ส่วนโคนเชื่อมติดกัน ก้านเกสรยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร เป็นสีขาว โคนก้านเป็นสีชมพู เรียงเป็นชั้นประมาณ 5-6 ชั้น โดยจะออกดอกในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม (บ้างว่าออกดอกในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม[8])

ผลจิกสวน ลักษณะของผลเป็นรูปไข่ ปลายตัดตรง ผลมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ โคนแคบเกือบเป็นรูปสามเหลี่ยม และผลมีขนาดกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตรและยาวประมาณ 5-7 เซนติเมตร ภายในผลมีเมล็ดเดี่ยว ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปไข่ ผิวเมล็ดเป็นร่อง (ในเมล็ดมีสาร Saponin[9]) โดยจะออกผลในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม

สรรพคุณของจิกสวน

  1. ช่วยแก้ตาเจ็บ เยื่อตาอักเสบ (เมล็ด)[1],[3],[9]
  2. เมล็ดใช้ผสมกับน้ำนม ช่วยแก้โรคดีซ่านและโรคเกี่ยวกับน้ำดี (เมล็ด)[1],[9]
  3. ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ (ต้น)[3]
  4. แก้ชัก (ใบ)[3]
  5. รากมีฤทธิ์เป็นยาเย็น นำมาทำเป็นยาแก้ไข้มาลาเรีย (ราก)[1],[9]
  6. ใบใช้ตำพอก ช่วยแก้ไข้ทรพิษ หรือจะใช้ใบตำรวมกับรากและเปลือกก็มีสรรพคุณเช่นเดียวกัน (ใบ)[1],[2],[9]
  7. เมล็ดใช้เป็นยาแก้ไข้ตัวร้อน (เมล็ด)[3]
  8. ผลนำมาตำเอาแต่น้ำใช้รับประทานช่วยแก้อาการไอ (ผล)[1],[2],[7],[9] ส่วนเมล็ดก็ช่วยแก้อาการไอเช่นกัน (เมล็ด)[3]
  9. ผลนำมาตำเอาแต่น้ำใช้รับประทานช่วยแก้หืด (ผล)[1],[2],[7],[9]
  10. ช่วยแก้เสมหะพิการ (ต้น)[3]
  11. ช่วยแก้อาการเจ็บคอ โดยนำผลมาตำเอาแต่น้ำรับประทาน (ผล)[2]
  12. เมล็ดช่วยแก้อาเจียน (เมล็ด)[3]
  13. ช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน (ต้น)[3]
  14. ช่วยแก้อาการท้องเสีย โดยนำผลมาตำเอาแต่น้ำรับประทาน(ผล)[1],[7],[9]
  15. ช่วยแก้อาการจุกเสียด แน่น ปวดท้อง (เมล็ด)[1],[3],[7],[9]
  16. ช่วยแก้อุจจาระพิการ (ใบ)[3]
  17. ใบและผลใช้ต้มดื่ม ช่วยแก้อาการท้องร่วง (ใบ, ผล)[3],[5]
  18. ช่วยแก้บิดมูกเลือด (ใบ)[3]
  19. รากใช้เป็นยาระบาย (ราก)[3]
  20. เมล็ดหรือเปลือกใช้เป็นยาขับพยาธิ (เมล็ด, เปลือก)[1],[9]
  21. เนื้อไม้ช่วยขับระดูขาวของสตรี (เนื้อไม้)[3]
  22. ใบมีรสฝาดใช้เป็นยาสมานบาดแผล (ใบ)[3]
  23. ใบใช้ตำพอกแก้อาการคัน หรือจะใช้ใบตำรวมกับรากและเปลือกก็มีสรรพคุณเช่นเดียวกัน (ใบ, ราก, เปลือก)[1],[2],[7],[9]
  24. ผลใช้ตำพอกแก้ผิวหนังพุพองและใช้พอกแก้เจ็บคอ (ผล)[2],[9]
  25. เปลือกใช้เป็นยาแก้โรคปวดข้อ (เปลือก)[7]
  26. ข้อควรระวัง ! : หากละอองเกสรของดอกจิกเข้าตา อาจทำให้ตาอักเสบและแดงได้[3]